
เรื่องหนี้สิน สื่อนึงนำเสนอว่าพ่อไปติดหนี้เขๅ รู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ อนุชา เอาจริงๆ ผมไม่โกรธเจ้าหนี้ หนี้สินเขามีสิทธิ์ทวงถาม แต่อยากถามว่ามันผิดวิธีไปมั้ย เราอยู่ในช่วงสูญเสีย มันมีวิธีอื่นมั้ยที่ไม่ต้องทำให้เราเจ็บช้ำมๅกกว่าเดิม ถามว่าหนี้สินติดจริงมั้ยก็ติดจริง ผมก็ยอมรับทางช่องนั้นไปแล้ว ยินดีคืนให้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว

วันนั้น ผมต้องไปเอารถยนต์ที่ธนบุรี ผมเลยบอกว่าแม่อยู่คนเดียว ให้เบอร์ติดต่อแม่ไป เขาก็คงมอบให้กับแม่ ตอนนั้นผมไม่อยู่ หลังจากนั้น แม่โทรหาผมบอกว่าป๊า นักข่าวคนนั้นมาขอสัมภาษณ์นะ เรื่องอัฐิจะไว้กี่วันที่ไหนอะไรยังไง
แต่มีประเด็นดราม่าอยู่ เขาเรื่องหนี้สิน แต่แม่บอกให้คุณกับป๊าเองเพราะแม่ไม่รู้ ผมก็บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวโทรไปหานักขาวเอง ผมก็โทรบอกว่าผมติดหนี้จริง ให้นักข่าวเป็นตัวกลางประสานงาน ถ้าผมมีผมไม่คิดจะไม่ใช้ใคร
แต่ตอนนั้นเงินซื้อนมลูกยังไม่มีเลย จะให้เราไปเอาตรงไหนมาเลยหรือให้เบอร์ผมก็ได้ หรือพี่นักข่าวเอาเลขที่บัญชีมาก็ได้เดี๋ยวผมจะโอนให้เลย เพราะยอดเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ เขาบอกว่ายอด 1.86 หมื่น

อนุชา ตอนนั้นเจ้าหนี้ผมตั้งวงแชร์เกี่ยวกับอะไหล่รถซิ่ง เราก็เล่นแชร์ ตอนนั้นผมเล่นวงเบาะน่าจะได้มือที่ห้าที่หก ต้องส่งหกงวดถึงได้รับของ เหมือนแชร์เงินทั่วไป แต่สุดท้ายเราค้างเอาไว้ เราได้ของมาแล้ว แต่ตอนหลังมีปัญหาเรื่องขายของ ก็เลยค้างเงินเขาเอาไว้”
พ่อโอนให้มั้ย
อนุชา เราโอนให้ 1จุด9 หมื่น คือมันมีข่าวออกมาแล้ว แต่เราแสดงความจำนงค์ก่อนว่าจะรับผิดชอบ
ณ พ่อเขาแจ้งกับนักข่าวให้เป็นตัวกลางประสานงานให้หน่อย เอาเบอร์โทรหรือหมายเลขบัญชีมาก็ได้ ทีนี้นักข่าวรับปากแต่ไม่ได้ติดต่อมา ทีนี้มีข่าวออกมาก่อน

สุดท้าย นักข่าวบอกจะประสานให้ เอาเบอร์บัญชีเจ้าหนี้ให้ พ่อก็รอถึงเช้า เพราะเขามาสัมภาษณ์ไปแล้วว่าติดจริงเดี๋ยวใช้ให้ ก็น่าจะเป็นเรื่องภายใน
อนุชา ก็น่าจะจบตั้งแต่ตอนนั้นเพราะเราแสดงความรับผิดชอบแล้ว ผมไม่มีเบอร์เขา เพราะผมลบทิ้งไปตั้งแต่ตอนนั้น มันหายไปแล้ว เราก็รอนักข่าวให้เขาเป็นคนประสานงาน เราคิดว่าเดี๋ยวเช้าคงส่งให้เรา ปรากฎว่าสามทุ่มมีข่าวออกมาตามสื่อมีการให้สัมภาษณ์ว่าผมติดหนี้และหลบหนี ติดตามมานานแล้วหาตัวไม่เจอ
คนก็ด่าพ่อว่าไม่ใช่หนี้เขา
อนุชา ส่วนหนึ่งเขาก็เข้าใจ เขามองในมุมว่ามันไม่ใช่เวลา ส่วนนึงก็เข้าใจหัวอกเจ้าหนี้ ส่วนหนึ่งก็เข้าใจหัวอกคนสูญเสียว่ามันไม่ใช่เวลา แต่ถามว่าข่าวที่ออกไปเป็นความจริงมั้ย เราติดหนี้จริง เราหายจริง แต่คิดว่ามันน่าจะจบกันได้ ไม่ต้องไปตอกย้ำแบบนั้น สื่อทำงานเบื้องหน้าก็จริงแต่ติดทองหลังพระก็ได้ สร้างความดีหลังพระก็ได้ เคลียร์ให้ผมข้างหลังก็ได้ ทุกคนก็จดจำในสิ่งดีๆ ของกันและกัน แต่พอมีข่าวออกไป ผมก็รู้สึกว่ามันเกินไปมั้ย การที่เราสูญเสีย เราไม่ได้เอามาเป็นเกราะป้องกันว่าต้องมาดราม่ากับผม ผมติดหนี้จริงผมก็ยอมใช้ให้จริง ตอนนั้นเราไม่มีจะให้เราทำไง

อนุชา ใช่ เพราะตอนคุยกับนักข่าวตอนเย็น ผมมีความรับผิดชอบตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว ว่าให้เป็นตัวกลางเอาบัญชีมาเลย จะโอนให้ แต่พอเป็นข่าวไปแล้วผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมก็ไปค้นหาบัญชีที่เคยโอน ผมก็รีบโอนให้เลย แต่กลับกลายเป็นว่าถ้าไม่เป็นข่าวก็คงไม่คืนเขา ก็ตอกย้ำเราอีก
พูดในฐานะที่ลงพื้นที่ พ่อเงินซื้อนมให้ลูกกินก็ไม่มี ผมเข้าใจนะ เพราะวันที่เขาสูญเสียลูก ลูกต้องไปชันสูตรที่รพ ปรากฎว่าเขาต้องเอาเงิน 1 พันบาทเป็นค่าจัดการ สามีภรรยาคู่นี้ มีเงิน 200 บๅๅn
ไม่รู้จะทำยังไง สิ่งที่เขาทำคือเขาไปยกมือไหว้กู้ภัยบอกว่าไม่มีตังค์ ขอตังค์หน่อยจะเอาลูกออก กู้ภัยหาเงินให้ 1 พัน เขาถึงได้เอาลูกออกมา
อนุชา แต่พอรพ ทราบเรื่องเขาก็ไม่เก็บเงิน 1 พันบาท จะนำเงินไปคืนกู้ภัยแต่เขาบอกไม่เอา
ขอบคุณบทสัมภาษณ์จากรายการ