
เรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อวันอังคารวันที่14 ม ค 63 เวลาประมาณเที่ยงวัน ในถนนรามอินทรา ดิฉันได้สั่งอาหารมากิน ขณะที่ถือกับข้าวและอุ้มลูกกำลังจะขื้นลิฟต์นั้น ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าของตึกหรือคนดูแลตึกได้เรียกถามเราว่า เมื่อคืนพี่ได้ทำกับข้าวที่ห้องหรือป่าว
ซึ่งตอบว่า ไม่ค่ะ ไม่ได้ทำ เขาก็บอกว่า อ่อ เห็นเพื่อนพี่บอกว่าพี่ทำกับข้าวในห้อง ดิฉัน ไม่ค่ะ ไม่ได้ทำ ตอนแรกก็นึกว่าทำได้ แต่เพื่อนบอกว่าเขาไม่ให้ทำ เราก็เลยต้องสั่งอาหารมากินทุกวัน
หลังจากพูดจบ เราก็รีบวิ่งเข้าในลิฟต์เพราะถือของหนักมาก และลูกก็ดิ้นอยู่ พอถึงห้องเราก็วางของลง แล้วถามเพื่อนว่า ไปบอกเจ้าของหอว่าเราทำกับข้าวตอนไหน เราเคยหุงแค่ข้าวครั้งเดียว แล้วเพื่อนมันก็บอกว่ามันไม่ได้บอกอะไร
และเพื่อนมันก็รีบกดโทรศัพท์ไปหานางเธอพร้อมถามว่า พี่ว่าหนูว่าเพื่อนทำกับข้าวตอนไหน ขณะที่เขาคุยกัน ดิฉันก็จัดโตะจะกินข้าว พอเพื่อนวางสายเท่านั้นแหละ นางเธอมาเคาะประตู เพื่อนไปเปิดห้อง นางก็ตะโกนขื้นมาใส่ดิฉันว่า เชิญออกไปจากห้องเลยค่ะ ดิฉัน งง ละถามกลับไปว่า มันเรื่องอะไร ละนางเธอก็ยืนชี้หน้าว่าเรา พร้อมกับไล่เราออกจากห้อง เราเลยถามย้ำว่า เราไปทำอะไรผิด นางตอบว่า คุณทำหน้าตาไม่พอใจใส่ฉัน
ดิฉันเลย ขอโทษพร้อมยกมือไหว้ นางบอกว่าไม่ต้องขอโทษ ออกไปเลย เราเลยตอบว่า ขอโทษจริงๆ งั้นวันที่ 29 เราจะออกนะพร้อมยกมือไหว้อีก นางตอบมาว่าไม่ต้องรอถึง 29 หรอก ออกไปเดี๋ยวนี้เลย แล้วไม่คืนเงิน (พร้อมบอกจะแจ้งความ ให้เสียค่าปรับ บอกว่าเราปัญหาเยอะ) คือจะไม่ให้เวลาหาที่อยู่ใหม่เลยหรอ
อยากถามว่า มันถูกแล้วหรอ ที่คนดูแลตึก ทำกับผู้พักอาศัยแบบนี้ ทำไม่คุณไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนดีๆ ถ้าเราทำให้ไม่พอใจก็พูดดีๆก็ได้ และดิฉันก็ขอโทษไปแล้ว อีกอย่างในขณะที่ถาม ดิฉันก็หิ้วของหนัก และมืออีกข้างอุ้มลูก มันสมควรไล่เราออกจากห้องขนาดนี้เลยหรอ
ดิฉันมาอยู่ดิฉันก็จ่ายเงิน ทุกบาท ไม่ได้มาขออยู่ฟรี ค่าห้องค่ามัดจำ ดิฉันไม่คิดจะอยากได้เงินคืน ขอแค่ให้ได้อยู่ให้ครบเดือน เพราะดิฉันอยู่ได้แค่ 13 วัน ดิฉันไม่ได้มาขออยู่ฟรี ผิดอะไรมากก็เตือนดิฉันก่อนก็ได้ ให้เวลาดิฉันเพื่อหาที่พักใหม่ สัก 2-3 วัน ก็ได้
เพราะมันกะทันหันเกินไป และดิฉันก็มีลูกด้วย กว่าจะเก็บของ และมันก็เป็นช่วงกลางเดือน ถ้าหาห้องใหม่มันก็ต้องจ่ายเพิ่มเยอะ แล้วบ้านก็อยู่ต่างจังหวัด แถมเงินเดือนก็ยังไม่ออก ณ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในถนนรามอินทรา