Monday, January 13, 2020

ใกล้ได้ตัว โจรปล้นทอง ล่าสุดไปถึงสระบุรี แถมยังซื้อเสื้อผ้าใส่สบายใจ

สืบเนื่องจากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายบุกปล้นชิงทอง และกราดยิงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย ซึ่งการทำงานของตำรวจก็ดำเนินมาสู่วันที่ 5 แล้ว ในขณะนี้มีผู้ต้องสงสัย ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นคนร้าย ที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนแล้ว ด้วยพยานหลักฐานที่ใกล้เคียงที่สุด มีจำนวน 3 รายด้วยกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวบุคคลผู้ต้องสงสัยทั้งหมด เพื่อเข้ามาสอบสวนแล้ว
และในทั้งนี้ ทางตำรวจยังได้ลงพื้นที่ทำงานจนทราบว่า ตัวคนร้ายได้ซื้อเสื้อผ้าวันเกิดเหตุที่ร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่งใน อำเภอพระพุทธบาตร จังหวัดสระบุรี โดยเป็นเสื้อผ้าละลิขสิทธิ์ทำเลียนแบบยี่ห้ออื่น ซึ่งตำรวจได้ไปตรวจสอบเสื้อผ้าที่ร้านดังกล่าว แล้วได้นำหุ่นที่มีลักษณะรูปพรรณคล้ายกับตัวคนร้าย มาจำลองการสวมใส่เสื้อผ้าให้เป็นลักษณะเดียวกัน เพื่อทำการตรวจสอบหาความเป็นไปได้

และสำหรับการตรวจสอบ กล้องวงจรปิดเพิ่มเติมก่อนเกิดเหตุนั้น ก็พบว่า มีกล้องวงจรปิดแถวๆที่เกิดเหตุสามารถบันทึกภาพของชายต้องสงสัย ที่เชื่อว่าเป็นคนร้ายรายนี้ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่าฟีโน่ สีแดง ดำ แล้วไม่ได้มีการปิดบังใบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งสวมหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ แต่ภาพดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องที่บันทึกจากระยะไกล ก่อนที่ภาพของคนร้ายจะหายไปจากกล้อง จึงทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งมาเกิดเหตุร้ายดังกล่าวเพียงไม่นาน

ซึ่งนอกจากนี้แล้ว ชุดคลี่คลายคดีก็ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว ของหนึ่งในเหยื่อการปล้นครั้งนี้ทิ้ง เนื่องจากมีพยานได้เข้าให้เบาะแสกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งระบุว่า พบเห็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหยื่อ นำรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง ดำ ที่มีลักษณะคล้ายกับรถที่คนร้าย ใช้ขับขี่หลบหนีนั้น ได้มีการนำไปเก็บซ่อนไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง แต่ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ ยังค้นหาไม่พบ

หลังจากที่ก่อเหตุเสร็จ คนร้ายได้ใช้เส้นทางออกถนนบายพาส ตำบลโพตลาดแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ว่าล่าสุดไปปรากฎที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งมีระยะทางห่างจากจังหวัดที่เกิดเหตุ ไม่เกิน 150 ก.ม. ซึ่งมีความเป็นไปได้ เพราะรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้นั้น หากเติมน้ำมันเต็มถังจะสามารถขับออกไปได้เพียงแค่ในระยะดังกล่าวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะต้องมีการแวะเติมน้ำมันเพิ่ม ซึ่งเป็นการเสี่ยงที่จะถูกพยานและกล้องวงจรปิดเห็นตัวได้